D/L chronicle บทที่1
posted on 11 Feb 2011 22:48 by axel-springคนเราทุกคนนั้นเกิดมาไม่เท่ากัน....นี่แหละความจริงของโลก แต่ทำไมหล่ะ? ทำไมถึงไม่เท่าเทียมกัน ทำไมต้องมีการแบ่งแยก เหตุผลพวกนี้คงเป็นที่สงสัยกัน ยังไงซะตัวผมก็ไม่ได้สนใจเรื่่องพวกนี้เป็นพิเศษ แต่ที่ผมสนใจคือ”คนเราจะเกิดมาทำไม และจะตายทำไม”ถึงนี่จะเป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัยกัน แต่ก็ไม่คิดที่จะหาคำตอบ แต่ก็นะมันก็แค่นั้น
บทที่1
ยามเช้าที่ขุ่นมัวตัวผมได้ลุกขึ้นจากที่นอนที่ปูไว้ในห้องพักขนาด16ตารางเมตร ที่อยู่ในบ้านชั้นเดียวเป็นบ้านที่ไม่ได้มีของตกแต่งอะไรมาก มีห้องทั้งหมด 4ห้องคือ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอนของตัวผม และอีกห้องเป็นห้องว่างซึ่งตัวผมก็ไม่แน่ใจว่าในห้องนั้นมันมีอะไรอยู่กันแน่เพราะไม่มีกุญแจที่่จะใช้เปิดห้องนั้นและก็ไม่คิดที่จะเข้าไปในนั้นเพราะคงไม่เกิดประโยชน์อะไร และบ้านนี้ไม่มีภาพเขียนซักชิ้นหรืออะไรซักอย่างติดกับผนัง เป็นบ้านที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย...... เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อยตัวผมก็ออกจากบ้าน วันนี้ตัวผมเป็นนักเรียนมัธยม6แล้วเป็นปีสุดท้ายที่ผมจะได้จบจากโรงเรียนบ้าๆนี่ วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศก็เหมือนเดิมที่ มีการปราศรัยของท่านผู้อำนวยการ มีการกล่าวทักทายนักเรียนที่เข้าใหม่ และมีการทำพิธีต่างๆนาๆ กว่าตัวผมจะไปที่ห้องเรียนได้ก็2ชั่วโมงกว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่หาได้ทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าจะให้พูดมันก็พิเศษตรงที่เป็นโรงเรียนที่ข้อนข้างเล็ก เนื้อที่ทั้งหมดไม่น่าเกิน3ไร่แต่มีนักเรียนประมาณ2700คน สำหรับตัวผมอยู่ในห้อง5
จากทั้งหมด10ห้องเป็นห้องกลางๆไม่จัดว่าเด่นหรือด้อยซึ้งการจัดห้องเรียนนั้นจะจัดตามคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนผมอยู่ห้อง5ก็คงกลางๆไม่เก่งไม่อ่อนยังดีที่โรงเรียนนี้มีเครื่องปรับอากาศทุกห้องไม่งั้นผมคงทนเรียนอยู่ไม่ได้เนื่องจากผมเกลียดอากาศร้อน ผมไปถึงห้องเป็นคนแรกและเลือกที่นั่ง โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่จะจัดที่นั่งตามใจนักเรียนใครอยากนั่งตรงไหนก็ได้ตัวผมเลือกที่นั่งซ้ายสุดแถวที่สองติดกับหน้าต่างห้อง ตัวผมชอบนั่งตรงนี้เนื่องจากเป็นที่ที่สามารถมองเห็นกระดานได้ชัดและยังสามารถปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ และแล้วนักเรียนคนอื่นก็ทยอยเข้ามาในห้องต่างคนก็หาที่นั่งกันและคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอน่ากันนาน วันนี้ไม่มีเรียนอะไรเป็นพิเศษแต่มีคาบโฮมรูมที่ยาวนานคงเพราะเป็นวันแรกคงอยากให้ทำความรู้จักกันไว้ก่อนก ตัวผมในตอนนี้ไม่สนใจสภาวะแวดล้อมรอบข้าง
“มันก็คงเหมือนเดิมหล่ะนะ.......” ตัวผมบ่นพึมพำออกมาหลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้ามาในห้อง อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ชายร่างเล็กผิวคล้ำกะจากสายตาคงสูงประมาน170เซน
หลังจากอาจารย์ได้แนะนำตัวกับนักเรียนในห้อง อาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนคุยกันตามสบายไม่สิคงต้องเรียกว่าทำความรู้จักกันมากกว่าเพราะบางคนคงเป็นคนที่ย้ายมาจากห้องอื่น และมีคนที่ย้ายออกไป ถึงผมจะเข้าใจเรื่องการจัดห้องก็เถอะแต่ไม่เข้าใจระบบการจัดห้องนี้อยู่ดี
“เธอคือ คุณสิทธิ วีรานุกูลใช่มั้ย” อาจารย์ที่ปรึกษาเดินมาหาผม
“ครับ.....” ผมตอบไปแบบเรียบๆ
“เธอเป็นนักเรียนทุนสินะ คงลำบากน่าดูเลยสินะที่ต้องอยู่คนเดียว เธอต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองสินะ น่าสงสารจริงๆ ถ้ามีอะไรที่ครูช่วยได้ก็บอกครูนะ” อาจารย์คนนี้มองผมด้วยสายตาที่เป็นมิตร แต่ว่า.....
“แล้วมันเป็นเรื่องอะไรของอาจารย์หรอครับ....”
“ทำไมเธอถึงพูดกับครูแบบนั้นหล่ะครูอุตส่าห์หวังดีกับเธอนะ” สายตาของนักเรียนในห้องจับจ้องมาที่ตัวผมกับอาจารย์
“แล้วยังไงหรอครับ...”
“นี่เธอชักจะมากเกินไปแล้วนะ นี่ครูเป็นครูของเธอนะ!!!!”
“แต่สำหรับผม ครูคือผู้ให้การศึกษา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เพราะชะนั้น อย่ามายุ่งกับผมถ้าไม่จำเป็น...”ตัวผมจ้องไปที่ตาของอาจารย์เขม็งแล้วยืนขึ้น เมื่อเทียบกับอาจารย์ผมเป็นคนที่สูงใหญ่ตัวสูงตอนนี้ก็190เซน ความต่างมันเห็นๆ อาจารย์หน้าซีดเผือนและสั่นเล็กน้อย
“ถ้าไม่มีอะไรงั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ...พอดีผมไม่ชอบที่ๆมันวุ่นวาย....”แล้วตัวผมก็สะพายเป้นักเรียนแล้วเดินออกจากห้องไป ผมเดินออกจากโรงเรียนหน้าตาเฉยและไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น ผมข้อนข้างมีชื่อเสียงแย่ๆในโรงเรียนนี้เนื่องจากตัวผมใหญ่ และผมไม่ค่อยสนใจใครทั้งนั้นทุกคนต่างหวาดกลัวผม แต่ผมผมก็คิดว่าดีแล้ว เพราะมันทำให้ไม่มีใครมาวุ่นวายกับผม โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดูแล้วเด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียนซักเท่าไร ผู้ชายประมาณหนึ่งส่วนสามเป็นนักเลง พูดง่ายๆคือจำนวนคนที่เป็นนักเรียนแทบจะนับหัวได้ ทั้งอาจารย์ที่ไม่ใส่ใจเด็กหรืออาจารย์ที่ไร้เหตุผล หรืออาจารย์ที่ชอบวุ่นวายกับตัวผม ตัวผมไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตัวผมและไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น หลังจากเดินออกจากโรงเรียนผมก็แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของสดไปใส่ตู้เย็น เป็นกิจวัตรเดิมๆที่ทำอยู่เป็นประจำ หลังจากที่ซื้อของเสร็จผมก็ตรงกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านผมก็นำของที่ซื้อมาใส่ตู้เย็น
แล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเข้านอนเวลาตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง ผมกะจะตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเย็นเพื่อทำอาหารเย็นกิน ตอนนอนผมฝันถึงพ่อกับแม่และก็พี่ชายที่เดินเข้ามาหาผม”พอซักที พอซักที พอซักที!!!!!”เป็นเสียงตะโกนของผมในฝันและตื่นขึ้นมาพบว่าห้องที่ผมนอนอยู่นั้นมืดสนิท ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูพบว่าขณะนี้เป็นเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว
“นี่เรา...หลับไปนานขนาดนี้เลย....แถมยัง....ฝันบ้าๆแบบนั้นอีก”ผมเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวแต่ก็พบ ห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนของผมซึ่งมันเป็น”ห้องว่าง”ซึ่งผมเปิดยังไงก็ไม่ได้กลับเปิดประตูแง้มไว้เล็กน้อย ผมรู้สึกสับสนเล็กน้อย พอผมเปิดประตูห้อง ก็มีบางอย่างพุ่งออกมาจากห้องกระแทกผมกระเด็นไปเล็กน้อย คนสินะ.....
“นายเป็นใครกัน”เสียง....เป็นเสียงผู้หญิงนิ....
“ผมต้องถามมากว่าคุณเป็นใคร และมาทำอะไรที่นี่.......”หญิงสาวคนนั้นไม่ตอบแล้วหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า บางสิ่งที่มันวาว มันคือมีด...แถมยังอันใหญ่พอสมควรซะด้วยเธอไม่รอช้าวิ่งตรงมาหมายเอามีดจะแทงผมผมขยับตัวไปทางขวาเล็กน้อย ซวบ!!! มีดได้แทงเข้ามาในช่องท้องแต่ว่า.....
“ขอโทษนะ มันไม่เจ็บหรอก.....”ตัวผมไม่ได้รู้สึกอะไร หญิงสาวกำมีดแน่นและพยามแทงให้ลึกกว่าเดิม....แต่ผมก็ไม่รู้สึก ผมใช้มือจับไปที่คอของหญิงสาวคนนั้นแล้วยกขึ้นทั้งตัวของเธอลอยอยู่เหนือพื้นประมาณ1ฟุตแล้วเริ่มดิ้น ผมใช้มืออีกข้างดึงมีดที่แทงผมออกจากตัวแล้วโยนทิ้ง
“ผมขอถามอีกครั้ง....เธอเป็นใคร และมาที่นี่ทำไม”
“เอาสิ...ฆ่าชั้นสิ.....ยังไงชั้นมันก็ฆาตกรอยู่แล้ว....”ผมรู้สึกว่ามีของเหลวอะไรซักอย่างไหลลงมามส่มือผม น้ำตา..... เธอกำลังร้องไห้.... ผมรู้สึกสับสนมากขึ้นกับเหตุการณ์นี้ พอรวบรวมสติได้ผมจึงวางเธอคนนั้นลง
“ทำไมหล่ะ...ทำไมถึงไม่ฆ่าชั้นหล่ะ....ทำไม!!!!” แล้วเธอก็เริ่มอาละวาดชกต่อยตัวผมไปเรื่อยๆ แต่ตัวผมก็”ไม่เจ็บ”อยู่แล้ว ผมหันไปด้านหลังแล้วเอื้อมมือไปเปิดสวิชไฟ กริก..
ห้องทั้งห้องสว่างขึ้นทันตาเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนึง เธอเป็นคนตัวข้อนข้างเล็ก กะจากสายตาคงสูงซัก165เซน แต่งชุดสายเดี่ยวสีดำและกระโปงสั้นสีขาวผิวขาวทั้งตัวออกไปทางซีดๆ ไว้ผมหน้ามายาวไปถึงต้นคอดวงตากลมโตแต่...แทนที่จะมีตาสีดำตาของเธอกลับเป็นสีแดง.....และยังคงมีน้ำตาไหลออกมาอยู่
“นี่เธอ...เป็นอะไรกันแน่...”
“ก็บอกแล้วไง!!! ชั้นเป็นฆาตกร ฆาตกรที่ฆ่าคนน่ะ!!!”
“งั้นหรอ..”
“ยังจะมา”งั้นหรอ”อะไรของนายอีกหล่ะ ทำไมไม่ฆ่าชั้น...ฆ่าชั้นสิ!!!”
“ก็ดูท่าทางเธอไม่อยากตายนิ....”หญิงสาวคนนั้นเงียบไป น้ำตาเธอหยุดไหล แล้วเธอก็นั่งลงกับพื้นเธอก้มหน้าลง แล้วเงียบไป...ผมเกาหัวนิดหน่อยเพราะไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ
“ผมจะทำอาหารเย็นกิน เธอจะกินด้วยมั้ย”
“....”เธอไม่ตอบ แต่ดูท่าทางตัวเธอซีดๆผมก็คิดว่าคงน่าจะหาอะไรให้เธอกินซักหน่อยจากนั้นผมก็เริ่มทำอาหาร..... หลังจาผ่านไป15ห้านาที่ข้าวผัดแบบจีนสองจานก็วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าวที่อยู่ติดกับครัว
“เธอก็ลุกมากินด้วยกันสิ...”
“ทำไม...” เธอเริ่มพูด
“ทำไมนายถึงต้องทำดีกับชั้น.....”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน....ปกติผมก็ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้....”
“งั้นทำไมหล่ะ!!!”เธอกระแทกเสียงแล้วจ้องมาที่หน้าของผม หืม?.... ดวงตาของเธอจากที่เคยเป็นสีแดงตอนนี้กลายเป็นสีดำแล้ว
“ไม่รู้สิ....คงเพราะเธอน่ารักหล่ะมั้ง....”เมื่อมองเธอโดยรวมแล้วจัดว่าเป็นผู้หญิงที่น่ารักทีเดียว แต่ประเด็นหลักคือ ตัวผมรู้สึกบางอย่าง...บางอย่างในตัวเธอ....บางอย่างที่เหมือนกับตัวผม
“นี่ นายจะบ้าหรอ ชั้นเป็นฆาตกรนะ เป็นคนที่...เอามีดแทงนายนะ!!!!”
“มันไม่เกี่ยวกันนิ....”
“อะไรนะ....”
“บอกว่ามันไม่เกี่ยวกัน เธอจะกินมั้ยหล่ะ ถ้าจะกินก็มานั่งซะ ยังไงผมก็กินสองจานนี่ไม่หมดหรอก..”
เธอทำหน้างงเล็กน้อยน้อยก่อนที่จะเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับตัวผมที่มีข้าวผัดร้อนๆ
จานนึงวางอยู่ตรงหน้า เธอตักข้าวผัดคำนักแล้วเข้าปากเคี้ยว
“อร่อย....” จากนั้นเราสองคนก็กินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบๆ
“แผลนายน่ะ...ไม่เจ็บบ้างหรอ...”
“หืม?”
“ก็แผลที่ชั้นแทงนายน่ะ....นายไม่เจ็บบ้างหรอ...”
“ไม่นิ....”
“ทำไมหล่ะ โดนแทงไปขนาดนั้นทำไมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยหล่ะ”เธอแสดงสีหน้าตกใจออกมา
“ผมต้องถามเธอมากกว่า ว่าทำไมถึงได้แทงโดนผม.....และมาที่นี่ทำไม”เธอทำหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม แต่ว่า...
“นายเป็นอะไรของนายน่ะ....”
“...”
“หน้าแดงใหญ่เลย....เพราะแผลที่ชั้นแทงนายนึเปล่า”
“ไม่ใช่หรอกครับ...”แล้วผมก็หลบตาเธอคนนั้น ตอนนี้ผมมองเธอตรงๆไม่ได้แล้ว...
“ผมคิดว่าเราสองคนคงมีอะไรเหมือนๆกัน คงต้องคุยกันซักหน่อยแล้วหล่ะครับ....”
edit @ 11 Feb 2011 22:54:58 by axel-arm