D/L chronicle บทที่1

posted on 11 Feb 2011 22:48 by axel-spring
เป็นนิยายที่ผมแต่งเองครับโดยลองแต่งแบบใช้มุมมองของตัวเองในการดำเนินเรื่องดู ขอให้ทุกท่านสนุกกับอ่านขอรับ
 
 

คนเราทุกคนนั้นเกิดมาไม่เท่ากัน....นี่แหละความจริงของโลก แต่ทำไมหล่ะ? ทำไมถึงไม่เท่าเทียมกัน ทำไมต้องมีการแบ่งแยก เหตุผลพวกนี้คงเป็นที่สงสัยกัน ยังไงซะตัวผมก็ไม่ได้สนใจเรื่่องพวกนี้เป็นพิเศษ แต่ที่ผมสนใจคือ”คนเราจะเกิดมาทำไม และจะตายทำไม”ถึงนี่จะเป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัยกัน แต่ก็ไม่คิดที่จะหาคำตอบ แต่ก็นะมันก็แค่นั้น

บทที่1

        ยามเช้าที่ขุ่นมัวตัวผมได้ลุกขึ้นจากที่นอนที่ปูไว้ในห้องพักขนาด16ตารางเมตร ที่อยู่ในบ้านชั้นเดียวเป็นบ้านที่ไม่ได้มีของตกแต่งอะไรมาก มีห้องทั้งหมด 4ห้องคือ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอนของตัวผม และอีกห้องเป็นห้องว่างซึ่งตัวผมก็ไม่แน่ใจว่าในห้องนั้นมันมีอะไรอยู่กันแน่เพราะไม่มีกุญแจที่่จะใช้เปิดห้องนั้นและก็ไม่คิดที่จะเข้าไปในนั้นเพราะคงไม่เกิดประโยชน์อะไร และบ้านนี้ไม่มีภาพเขียนซักชิ้นหรืออะไรซักอย่างติดกับผนัง เป็นบ้านที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย......  เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อยตัวผมก็ออกจากบ้าน วันนี้ตัวผมเป็นนักเรียนมัธยม6แล้วเป็นปีสุดท้ายที่ผมจะได้จบจากโรงเรียนบ้าๆนี่ วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศก็เหมือนเดิมที่ มีการปราศรัยของท่านผู้อำนวยการ มีการกล่าวทักทายนักเรียนที่เข้าใหม่ และมีการทำพิธีต่างๆนาๆ กว่าตัวผมจะไปที่ห้องเรียนได้ก็2ชั่วโมงกว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่หาได้ทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าจะให้พูดมันก็พิเศษตรงที่เป็นโรงเรียนที่ข้อนข้างเล็ก เนื้อที่ทั้งหมดไม่น่าเกิน3ไร่แต่มีนักเรียนประมาณ2700คน สำหรับตัวผมอยู่ในห้อง5

จากทั้งหมด10ห้องเป็นห้องกลางๆไม่จัดว่าเด่นหรือด้อยซึ้งการจัดห้องเรียนนั้นจะจัดตามคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนผมอยู่ห้อง5ก็คงกลางๆไม่เก่งไม่อ่อนยังดีที่โรงเรียนนี้มีเครื่องปรับอากาศทุกห้องไม่งั้นผมคงทนเรียนอยู่ไม่ได้เนื่องจากผมเกลียดอากาศร้อน ผมไปถึงห้องเป็นคนแรกและเลือกที่นั่ง โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่จะจัดที่นั่งตามใจนักเรียนใครอยากนั่งตรงไหนก็ได้ตัวผมเลือกที่นั่งซ้ายสุดแถวที่สองติดกับหน้าต่างห้อง ตัวผมชอบนั่งตรงนี้เนื่องจากเป็นที่ที่สามารถมองเห็นกระดานได้ชัดและยังสามารถปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ และแล้วนักเรียนคนอื่นก็ทยอยเข้ามาในห้องต่างคนก็หาที่นั่งกันและคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอน่ากันนาน วันนี้ไม่มีเรียนอะไรเป็นพิเศษแต่มีคาบโฮมรูมที่ยาวนานคงเพราะเป็นวันแรกคงอยากให้ทำความรู้จักกันไว้ก่อนก ตัวผมในตอนนี้ไม่สนใจสภาวะแวดล้อมรอบข้าง

“มันก็คงเหมือนเดิมหล่ะนะ.......” ตัวผมบ่นพึมพำออกมาหลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้ามาในห้อง อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ชายร่างเล็กผิวคล้ำกะจากสายตาคงสูงประมาน170เซน

หลังจากอาจารย์ได้แนะนำตัวกับนักเรียนในห้อง อาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนคุยกันตามสบายไม่สิคงต้องเรียกว่าทำความรู้จักกันมากกว่าเพราะบางคนคงเป็นคนที่ย้ายมาจากห้องอื่น และมีคนที่ย้ายออกไป ถึงผมจะเข้าใจเรื่องการจัดห้องก็เถอะแต่ไม่เข้าใจระบบการจัดห้องนี้อยู่ดี

“เธอคือ คุณสิทธิ วีรานุกูลใช่มั้ย” อาจารย์ที่ปรึกษาเดินมาหาผม

“ครับ.....” ผมตอบไปแบบเรียบๆ

“เธอเป็นนักเรียนทุนสินะ คงลำบากน่าดูเลยสินะที่ต้องอยู่คนเดียว เธอต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองสินะ น่าสงสารจริงๆ ถ้ามีอะไรที่ครูช่วยได้ก็บอกครูนะ” อาจารย์คนนี้มองผมด้วยสายตาที่เป็นมิตร แต่ว่า.....

“แล้วมันเป็นเรื่องอะไรของอาจารย์หรอครับ....”

“ทำไมเธอถึงพูดกับครูแบบนั้นหล่ะครูอุตส่าห์หวังดีกับเธอนะ” สายตาของนักเรียนในห้องจับจ้องมาที่ตัวผมกับอาจารย์

“แล้วยังไงหรอครับ...”

“นี่เธอชักจะมากเกินไปแล้วนะ นี่ครูเป็นครูของเธอนะ!!!!”

“แต่สำหรับผม ครูคือผู้ให้การศึกษา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เพราะชะนั้น อย่ามายุ่งกับผมถ้าไม่จำเป็น...”ตัวผมจ้องไปที่ตาของอาจารย์เขม็งแล้วยืนขึ้น เมื่อเทียบกับอาจารย์ผมเป็นคนที่สูงใหญ่ตัวสูงตอนนี้ก็190เซน ความต่างมันเห็นๆ อาจารย์หน้าซีดเผือนและสั่นเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีอะไรงั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ...พอดีผมไม่ชอบที่ๆมันวุ่นวาย....”แล้วตัวผมก็สะพายเป้นักเรียนแล้วเดินออกจากห้องไป ผมเดินออกจากโรงเรียนหน้าตาเฉยและไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น ผมข้อนข้างมีชื่อเสียงแย่ๆในโรงเรียนนี้เนื่องจากตัวผมใหญ่ และผมไม่ค่อยสนใจใครทั้งนั้นทุกคนต่างหวาดกลัวผม แต่ผมผมก็คิดว่าดีแล้ว เพราะมันทำให้ไม่มีใครมาวุ่นวายกับผม โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดูแล้วเด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียนซักเท่าไร ผู้ชายประมาณหนึ่งส่วนสามเป็นนักเลง พูดง่ายๆคือจำนวนคนที่เป็นนักเรียนแทบจะนับหัวได้ ทั้งอาจารย์ที่ไม่ใส่ใจเด็กหรืออาจารย์ที่ไร้เหตุผล หรืออาจารย์ที่ชอบวุ่นวายกับตัวผม ตัวผมไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตัวผมและไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น หลังจากเดินออกจากโรงเรียนผมก็แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของสดไปใส่ตู้เย็น เป็นกิจวัตรเดิมๆที่ทำอยู่เป็นประจำ หลังจากที่ซื้อของเสร็จผมก็ตรงกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านผมก็นำของที่ซื้อมาใส่ตู้เย็น

แล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเข้านอนเวลาตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง ผมกะจะตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเย็นเพื่อทำอาหารเย็นกิน ตอนนอนผมฝันถึงพ่อกับแม่และก็พี่ชายที่เดินเข้ามาหาผม”พอซักที พอซักที พอซักที!!!!!”เป็นเสียงตะโกนของผมในฝันและตื่นขึ้นมาพบว่าห้องที่ผมนอนอยู่นั้นมืดสนิท ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูพบว่าขณะนี้เป็นเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว

“นี่เรา...หลับไปนานขนาดนี้เลย....แถมยัง....ฝันบ้าๆแบบนั้นอีก”ผมเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวแต่ก็พบ ห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนของผมซึ่งมันเป็น”ห้องว่าง”ซึ่งผมเปิดยังไงก็ไม่ได้กลับเปิดประตูแง้มไว้เล็กน้อย ผมรู้สึกสับสนเล็กน้อย พอผมเปิดประตูห้อง ก็มีบางอย่างพุ่งออกมาจากห้องกระแทกผมกระเด็นไปเล็กน้อย คนสินะ.....

“นายเป็นใครกัน”เสียง....เป็นเสียงผู้หญิงนิ....

“ผมต้องถามมากว่าคุณเป็นใคร และมาทำอะไรที่นี่.......”หญิงสาวคนนั้นไม่ตอบแล้วหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า บางสิ่งที่มันวาว มันคือมีด...แถมยังอันใหญ่พอสมควรซะด้วยเธอไม่รอช้าวิ่งตรงมาหมายเอามีดจะแทงผมผมขยับตัวไปทางขวาเล็กน้อย ซวบ!!! มีดได้แทงเข้ามาในช่องท้องแต่ว่า.....

“ขอโทษนะ มันไม่เจ็บหรอก.....”ตัวผมไม่ได้รู้สึกอะไร หญิงสาวกำมีดแน่นและพยามแทงให้ลึกกว่าเดิม....แต่ผมก็ไม่รู้สึก ผมใช้มือจับไปที่คอของหญิงสาวคนนั้นแล้วยกขึ้นทั้งตัวของเธอลอยอยู่เหนือพื้นประมาณ1ฟุตแล้วเริ่มดิ้น ผมใช้มืออีกข้างดึงมีดที่แทงผมออกจากตัวแล้วโยนทิ้ง

“ผมขอถามอีกครั้ง....เธอเป็นใคร และมาที่นี่ทำไม”

“เอาสิ...ฆ่าชั้นสิ.....ยังไงชั้นมันก็ฆาตกรอยู่แล้ว....”ผมรู้สึกว่ามีของเหลวอะไรซักอย่างไหลลงมามส่มือผม น้ำตา..... เธอกำลังร้องไห้.... ผมรู้สึกสับสนมากขึ้นกับเหตุการณ์นี้ พอรวบรวมสติได้ผมจึงวางเธอคนนั้นลง

“ทำไมหล่ะ...ทำไมถึงไม่ฆ่าชั้นหล่ะ....ทำไม!!!!” แล้วเธอก็เริ่มอาละวาดชกต่อยตัวผมไปเรื่อยๆ แต่ตัวผมก็”ไม่เจ็บ”อยู่แล้ว ผมหันไปด้านหลังแล้วเอื้อมมือไปเปิดสวิชไฟ กริก..

ห้องทั้งห้องสว่างขึ้นทันตาเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนึง เธอเป็นคนตัวข้อนข้างเล็ก กะจากสายตาคงสูงซัก165เซน แต่งชุดสายเดี่ยวสีดำและกระโปงสั้นสีขาวผิวขาวทั้งตัวออกไปทางซีดๆ ไว้ผมหน้ามายาวไปถึงต้นคอดวงตากลมโตแต่...แทนที่จะมีตาสีดำตาของเธอกลับเป็นสีแดง.....และยังคงมีน้ำตาไหลออกมาอยู่

“นี่เธอ...เป็นอะไรกันแน่...”

“ก็บอกแล้วไง!!! ชั้นเป็นฆาตกร ฆาตกรที่ฆ่าคนน่ะ!!!”

“งั้นหรอ..”

“ยังจะมา”งั้นหรอ”อะไรของนายอีกหล่ะ ทำไมไม่ฆ่าชั้น...ฆ่าชั้นสิ!!!”

“ก็ดูท่าทางเธอไม่อยากตายนิ....”หญิงสาวคนนั้นเงียบไป น้ำตาเธอหยุดไหล แล้วเธอก็นั่งลงกับพื้นเธอก้มหน้าลง แล้วเงียบไป...ผมเกาหัวนิดหน่อยเพราะไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ

“ผมจะทำอาหารเย็นกิน เธอจะกินด้วยมั้ย”

“....”เธอไม่ตอบ แต่ดูท่าทางตัวเธอซีดๆผมก็คิดว่าคงน่าจะหาอะไรให้เธอกินซักหน่อยจากนั้นผมก็เริ่มทำอาหาร..... หลังจาผ่านไป15ห้านาที่ข้าวผัดแบบจีนสองจานก็วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าวที่อยู่ติดกับครัว

“เธอก็ลุกมากินด้วยกันสิ...”

“ทำไม...” เธอเริ่มพูด

“ทำไมนายถึงต้องทำดีกับชั้น.....”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน....ปกติผมก็ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้....”

“งั้นทำไมหล่ะ!!!”เธอกระแทกเสียงแล้วจ้องมาที่หน้าของผม หืม?.... ดวงตาของเธอจากที่เคยเป็นสีแดงตอนนี้กลายเป็นสีดำแล้ว

“ไม่รู้สิ....คงเพราะเธอน่ารักหล่ะมั้ง....”เมื่อมองเธอโดยรวมแล้วจัดว่าเป็นผู้หญิงที่น่ารักทีเดียว แต่ประเด็นหลักคือ ตัวผมรู้สึกบางอย่าง...บางอย่างในตัวเธอ....บางอย่างที่เหมือนกับตัวผม

“นี่ นายจะบ้าหรอ ชั้นเป็นฆาตกรนะ เป็นคนที่...เอามีดแทงนายนะ!!!!”

“มันไม่เกี่ยวกันนิ....”

“อะไรนะ....”

“บอกว่ามันไม่เกี่ยวกัน เธอจะกินมั้ยหล่ะ ถ้าจะกินก็มานั่งซะ ยังไงผมก็กินสองจานนี่ไม่หมดหรอก..”

เธอทำหน้างงเล็กน้อยน้อยก่อนที่จะเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับตัวผมที่มีข้าวผัดร้อนๆ

จานนึงวางอยู่ตรงหน้า เธอตักข้าวผัดคำนักแล้วเข้าปากเคี้ยว

“อร่อย....” จากนั้นเราสองคนก็กินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบๆ

“แผลนายน่ะ...ไม่เจ็บบ้างหรอ...”

“หืม?”

“ก็แผลที่ชั้นแทงนายน่ะ....นายไม่เจ็บบ้างหรอ...”

“ไม่นิ....”

“ทำไมหล่ะ โดนแทงไปขนาดนั้นทำไมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยหล่ะ”เธอแสดงสีหน้าตกใจออกมา

“ผมต้องถามเธอมากกว่า ว่าทำไมถึงได้แทงโดนผม.....และมาที่นี่ทำไม”เธอทำหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม แต่ว่า...

“นายเป็นอะไรของนายน่ะ....”

“...”

“หน้าแดงใหญ่เลย....เพราะแผลที่ชั้นแทงนายนึเปล่า”

“ไม่ใช่หรอกครับ...”แล้วผมก็หลบตาเธอคนนั้น ตอนนี้ผมมองเธอตรงๆไม่ได้แล้ว...

“ผมคิดว่าเราสองคนคงมีอะไรเหมือนๆกัน คงต้องคุยกันซักหน่อยแล้วหล่ะครับ....”

 

edit @ 11 Feb 2011 22:54:58 by axel-arm

เขียนไปเรื่อย.....

posted on 25 Jul 2010 13:43 by axel-spring
ขณะนี้ก็ผ่านมาเกือบปีแล้วสภาพจิตใจผมก็ข้อนข้างดีขึ้น(คิดว่านะ)ยังไงซะช่วงนี้ก็ไม่ได้เจออะไรแบบนั้นมานานรู้สึกว่าดีขึ้นมากตอนนี้ก็เริ่มจะเข้าสังคมมากขึ้น มีความอดทนมากขึ้น มีเพื่อนมากขึ้นและมีงานทำมากขึ้น......มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับผมมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปตอนนี้ที่เปลี่ยนแน่ๆก็กลายเป็นเด็กแว่นซะแล้ว ว่าแต่แว่นนี่ดีจริงๆทำให้มองโลกสดใสขึ้นเยอะเลย ช่วงนี้อยากจะหางานพิเศษทำเพราะมีความรู้สึกว่าเงินที่ได้จะไม่ค่อยเพียงพอกับความต้องการ แต่ก็อย่างว่าอายุยังไม่ถึง18จะไปหางานที่ไหนทำได้ ปีหน้าตัวผมเองก็คงต้องคร่ำเคร่งกับการสอบแอดมิชชั่นที่จะเป็นประตูนำผมเข้ามหาลัย ก็แค่เขียนไปเรื่อยหล่ะนะ

axel อกหักซะแล้ว

posted on 07 Apr 2010 15:41 by axel-spring

นานแล้วสินะ.....ที่ผมไม่ได้มาเขียนบล็อกแบบนี้ อุตส่าไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆมาซะนานหล่ะน้า แต่ก็ช่างมันเถอะยังไงก็ช่วยรับฟังเรื่องต่อไปนี้ด้วยนะครับเรื่องเกิดขึ้นวันที่3เมษายนหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดแม่ของผมเลิก ซึ่งตอนนั้นผมหงุดหงิดข้อนข้างมากเนื่องจากความเบื่อเพราะพวกผู้ใหญ่คุยกันตั้งแต่เย็นจนสามทุ่ม ในที่สุดก็จบลงพวกผมเดินทางออกจากที่จัดงานในเวลาสามทุ่มครึ่งหลังจากนั้นพวกผมต้องไปส่งคุณย่าที่บ้านของท่านก่อน จากนั้นถึงค่อยกลับบ้านของตนเองผมมาถึงบ้านเวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง ผมจึงเปิดคอมรอไว้แล้วจึงไปอาบน้ำและคิดว่าจะได้เล่นคอมยาวเลยหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเส็จผมจึงเข้าไปในห้องเพื่อปูที่นอนรอไว้เพื่อที่หลังเล่นเสร็จจะได้เข้านอนเลยหลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยผมจึงมานั่งที่โต๊ะคอมและออนเอ็ม พอออนแล้วก็ตามที่ผมคาดไว้ผมก็เจอ"เธอ"กำลังออนเอ็มอยู่ ตอนนี้โทรศัพท์ของเธอเสียผมจึงใช้วิธีออนเอ็มแทนเพื่อจะได้คุยกับเธอผมจึงเปิดบทสนทนาด้วยคำทักทายแบบทุกที เธอก็ตอบกลับมาแบบปกติซึ่งตอนี้บทสนทนาก็เริ่มขึ้นผมบอกว่าแย่จังที่โทรศัพท์เสียไม่งั้นเพราะผมอยากคุยทางโทรศัพท์มากกว่าและเธอตอบผมว่าถึงโทรศัพท์ไม่เสียคงไม่โทรหาผมแล้วผมจึงถามว่าทำไมหรอครับ ตอดเรื่องหางานหรอครับ(ตอนนี้เธอกำลังหางานทำอยู่)หรือว่าติดเรื่องเรียน(เธอจะเรียนต่อป.โท) งั้นหรือว่า(ผมเหลือบไปเห็นกล่องข้อความด้านบน)เบื่อผมแล้วหรอครับ เธอก็บอกว่าถ้าจะให้พูดตามตรงก็คงงั้นแหละ ตอนนี้เธอขอไม่คุยกับผมซักระยะเธอจะขอเวลาคิดอะไรบางอย่าง ผมช็อดไปพักนึงแล้วบอกเธอว่าได้ครับแต่ผมขออะไรอย่างนึง เธอจึงถามว่าอะไรผมจึงบอกไปว่าระหว่างนั้นขอให้เธอบล็อกเมลของผมเอาไว้ เธอตอบตกลงและบอกผมว่าไม่อยากให้ผมเสียใจ ผมตอบกลับไปว่าไม่เป็นไรครับหนักกว่านี้ผมยังทนได้เลยซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ทำตามสัญญาโดยการบล็อกเมลผมหลังจากนั้นผมก็คุยเอ็มกับเพื่อนที่โรงเรียนและเพื่อนสนิทด้วยหัวข้อประมาณว่า"เฮ่ยกูอกหักแล้วหวะ"แต่ผมก็รู้สึกแปลกใจตัวเองอยู่เรื่องนึงคือผมไม่มีความเสียใจกับเรื่องนี้เลยทั้งๆที่ผมคิดว่าตัวเองควรจะเสียใจและเจ็บปวดมากแต่ไม่เลยซักนิดหลังจากนั้นผมก็ปิดคอมและกลับเข้าห้องของตัวเองและคิดว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ซึ่งตัวผมคงคิดว่าเป็นเพราะระยะห่างของอายุแน่เลยแต่ก็อาจไม่ใช่ก็ได้สุดท้ายตัวผมก็เลิกคิอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่สุดท้ายคืนนั้นผมก็นอนไม่หลับจนได้เหมือนกับว่ามีอะไรที่คอยมารบกวนจิตใจผมอยู่ เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ใช้ชีวิตตามปกติตอนบ่ายพ่อกับแม่ผมชวนผมออกไปข้างนอกทั้งๆที่ถ้าเป็นตัวผมควรจะปฎิเสธไปแท้ๆแต่กลับตอบตกลงไป ในวันนั้นระหว่างกินข้าวกลางวันด้วยกันทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายของผมก็ถามถึงเธอคนนั้นบ่อยผิดปกติจนหลังจากออกจากร้านอาหารนั้นผมก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟังในรถ ทั้งที่อุตส่าห์จะเก้บไว้ก่อนแท้ๆหลังจากผมเล่าจบพวกเขาก็เข้าใจและไม่ถามอะไรอีก หลังจากกลับบ้านผมก็คิดที่จะหาผู้หญิงวัยนั้นมาขอคำปรึกษาเรื่องนี้ซักหน่อยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นใครดี สุดท้ายก็เป็นรุ่นพี่คนนึงในบอร์ดอนิเมที่ผมสังกัตอยู่ถึงอายุจะน้อยกว่าเธอคนนั้นก็เถอะรุ่นพี่คนนั้นแนะนำให้ผมทำใจเป็นการดีที่สุดเพราะโอกาสที่จะถูกบอกเลิกมีสูงมากตอนนี้ตัวผมก็ได้ทำใจเอาไว้แล้ว และรอคำตอบของเธอคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

edit @ 12 Nov 2010 20:06:45 by axel-arm